รู้จัก "คลังสำรองน้ำมัน" ปราการความมั่นคงทางพลังงาน มีสำรองไว้ยามฉุกเฉิน เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันไม่สะดุด
คลังสำรองน้ำมันคืออะไร?
สถานที่จัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง (ทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด หรือเก็บสำรองไว้ในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจทำให้ขาดแคลนพลังงาน
ประโยชน์สำคัญของคลังสำรองน้ำมัน
1. สร้างความมั่นคง (Energy Security) รองรับสถานการณ์เมื่อเกิดวิกฤตระดับโลก เช่น สงครามทางภูมิรัฐศาสตร์, ภัยธรรมชาติ หรือการหยุดชะงักของเส้นทาง
ขนส่งน้ำมัน ช่วยให้ประเทศมีน้ำมันใช้ต่อเนื่อง ไม่ขาดแคลน
2. ลดผลกระทบด้านราคา (Price Stabilization) ช่วยบรรเทาความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกชั่วคราว การมีสำรองทำให้รัฐสามารถบริหารจัดการและ
ทยอยปล่อยน้ำมันออกมา เพื่อไม่ให้ราคาในประเทศพุ่งสูงฉับพลันจนประชาชนเดือดร้อน
3. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง (Economic Continuity) ภาคการขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และการผลิตกระแสไฟฟ้าสามารถดำเนินต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก
สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
4. เพิ่มเวลาในการตั้งรับ (Strategic Buffer Time) ช่วยซื้อเวลาให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ หรือปรับเปลี่ยนแผน
ยุทธศาสตร์ได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ประเทศไทยมีการกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมัน (ตามมาตรา 7) ต้องสำรองน้ำมันตามกฎหมายในอัตราส่วนที่กำหนด
เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะมีพลังงานใช้ในยามวิกฤตอย่างเพียงพอตามมาตรฐานสากล
ที่มาข้อมูล : กรมธุรกิจพลังงาน
ติดตามข้อมูลสถานการณ์พลังงานเพิ่มเติมได้ที่ Website สกนช.