แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 - 2572
สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีความผันผวนจากปัจจัยด้านอุปสงค์และอุปทาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่ง ภัยธรรมชาติ โรคระบาด และภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ หรือปริมาณการจัดหาเชื้อเพลิงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง ประกอบกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระหนี้ และดอกเบี้ยจากการดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาในช่วงที่ผ่านมา การใช้เงินกองทุนในระยะต่อไป จึงต้องคำนึงถึงฐานะและสภาพคล่อง ความสามารถในการชำระหนี้ ภาระผูกพัน และความพร้อมในการรองรับวิกฤต ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงการอุดหนุนที่ยืดเยื้อ
นอกจากนี้ ระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชยให้แก่น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 กันยายน 2569 การจ่ายเงินชดเชยภายหลังวันดังกล่าว จึงต้องดำเนินการภายใต้กรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง และหลักเกณฑ์และวิธีการส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับเงินชดเชย และอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงออกประกาศตามมาตรา 14 (4)
โดยที่มาตรา 14 (1) และ (5) กำหนดให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเสนอแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และอนุมัติการจ่ายเงินกองทุนเพื่อดำเนินการตามแผนดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องทางการเงินของฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) จึงได้จัดแผนรองรับวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2569 – 2572 (แผนรองรับวิกฤตฯ) โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว
แนวทางการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
1. เพื่อเป็นการรักษาสภาพคล่องทางการเงินของฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและให้มีจำนวนเงินเพียงพอในการบริหารจัดการกองทุนจึงทำการแยกชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง ได้แก่ กลุ่มน้ำมันและกลุ่มก๊าซปิโตรเลียมเหลว เพื่อหลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาข้ามกลุ่มเชื้อเพลิง
2. มีกรอบของความต่างของราคา (Band Width) ระหว่างราคาเชื้อเพลิงหลัก ของกลุ่มน้ำมันดีเซล และกลุ่มน้ำมันเบนซิน ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เท่ากับความต่างของราคาในสถานการณ์ราคาปกติ อย่างไรก็ตาม หากเกิดวิกฤตฯ ที่คาดว่าจะยาวนานจนส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มมีรายจ่ายมากกว่ารายรับให้พิจารณาอุดหนุนราคากลุ่มน้ำมันดีเซลและก๊าซปิโตรเลียมเหลว
3. ชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
4. เก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง เพื่อสะสมเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีสภาพคล่อง
5. ทบทวนแนวทางการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
หลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ในช่วงสถานการณ์ปกติที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไม่ได้ปรับตัวขึ้นรุนแรงเกินกว่าที่แผนรองรับวิกฤตฯ กำหนดไว้ รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกไม่ได้เกิดความผันผวน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยไม่เข้าไปชดเชย แต่หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับขึ้นเกินระดับที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน หรือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวน หรือสถานการณ์ที่น้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะใช้หลักเกณฑ์การบริหาร ดังนี้
1. การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นไปตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง
2. วิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง หมายความว่า สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง มีการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือผันผวนอันอาจเกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน หรือสถานการณ์ที่น้ำมันเชื้อเพลิงอาจขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ ดังนั้น สกนช. จึงกำหนดว่าวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น จึงสามารถใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ดังต่อไปนี้
| สถานการณ์ที่ 1 | สถานการณ์ที่ 2 | สถานการณ์ที่ 3 |
| ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับขึ้นเกินระดับที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน | ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวน | |
|
|
สถานการณ์ที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชน |
3. การรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หมายถึง การนำเงิน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปใช้จ่ายเพื่อชดเชยให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นโรงกลั่นหรือผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือผู้ซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยให้มีหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายเงินเพื่อชดเชยดังต่อไปนี้
1) เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนและเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงาน และเศรษฐกิจของประเทศ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับตัวสูงขึ้น หรือมีความผันผวน หรือเกิดการขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ
2) เป็นการดำเนินมาตรการเท่าที่จำเป็น และลดผลกระทบต่อการบิดเบือนกลไกตลาดเสรี
3) หลีกเลี่ยงการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามกลุ่ม (Cross Subsidies)
4. การบริหารจัดการให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยการใช้จ่ายเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้จ่ายได้เพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
1) เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
2) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดการกิจการของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
5. เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ 2 ให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามแนวทางดังต่อไปนี้
-
- เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะกองทุนเป็นบวก
- ให้สามารถใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนเท่ากับอัตราที่จะทำให้ราคาขายปลีกไม่เกินระดับที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
- กรณีฐานะการเงินของบัญชีน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงกึ่งหนึ่งของมูลค่านับตั้งแต่วันที่เริ่มการชดเชยวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการในการอุดหนุนอัตราเงินกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- กรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้ติดลบให้เริ่มดำเนินการกู้เงินในวงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท หรือตามวรรคสาม ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ขาดสภาพคล่อง และดำเนินการหารือกับกรมสรรพสามิตเรื่องการปรับลดภาษีสรรพสามิต และจัดทำแผนทยอยลดการชดเชยเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อพิจารณา
- กรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ 20,000 ล้านบาท หรือติดลบตามจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 26 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดำเนินการหารือคณะรัฐมนตรี ในการหาแนวทางการเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดทำแผนทยอยลดการชดเชยเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพิจารณา
- เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะกองทุนเป็นลบ
- กรณีสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวก (มีรายรับมากกว่ารายจ่าย) ให้ทำการช่วยเหลือได้ และจัดทำแผนทยอยลดการชดเชยเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพิจารณา
- กรณีสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นลบ (มีรายรับน้อยกว่ารายจ่าย) ให้ สกนช. พิจารณาดำเนินการหารือกับคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเตรียมหารือรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ในการหาแนวทางการดำเนินการช่วยเหลือต่อไป และจัดทำแผนทยอยลดการชดเชยเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพิจารณา
6. คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จะอนุมัติการจ่ายเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อดำเนินการตามสถานการณ์วิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือได้รับเงินชดเชยและกำหนด อัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 27 อัตราเงินชดเชยตามมาตรา 29 อัตราเงินคืนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 31 และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 32 โดยให้เป็นไปตามมาตรา 14 (4) แห่งพระราชบัญญัติฯ
7. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งการดำเนินงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อันได้แก่ การเรียกเก็บเงินส่งเข้ากองทุนและการจ่ายเงินชดเชย รวมถึงการกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุน จึงต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติกำหนด อนึ่ง การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นทรัพยากรที่ผลิตได้เองภายในประเทศจากผลผลิตทางการเกษตรเป็นการช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งภาครัฐสามารถบริหารจัดการราคาขายปลีกในประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ตลอดจนช่วยสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น เมื่อระยะเวลาตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 สิ้นสุดลง การดำเนินการเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพซึ่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 จึงเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับเงินชดเชย และกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุนได้เช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิงอื่น ๆ และเพื่อให้การบริหารกิจการของกองทุนมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงอาจกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน อัตราเงินชดเชย อัตราเงินคืนจากกองทุน และอัตราเงินชดเชยคืนกองทุน ให้แตกต่างกันตามประเภท การใช้ และแหล่งที่มาของน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 14 (4) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินของกองทุนจะต้องเป็นการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์และกรอบนโยบายการบริหารกองทุนตามมาตรา 5 ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562